หากยังไม่มีสำนึกที่ถูกต้องของผู้จัดแข่งรถมอเตอร์ไซค์ และผู้สนับสนุนกีฬาแข่งมอเตอร์ไซค์ในประเทศไทยจะเจริญไปทางไหน
สมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย ตามกฎหมายการกีฬามีหน้าที่สอดส่องดูแลเพื่อจัดระบบการแข่งขันให้อยู่ภายใต้นโยบายที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยและยุติธรรมต่อนักแข่งและผู้ชม
การไม่ขอรับรองการแข่งขันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลของผู้จัด ตราบเท่าที่ผู้จัดมีจิตสำนึกของการเป็นนักธุรกิจที่ดี คำนึงถึงความปลอดภัยของนักแข่งและผู้ชม ตลอดจนถึงกรรมการในสนามย่อมเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวของผู้จัดเอง
หากย้อนมองดูตัวเองของผู้จัดที่ไม่ประสงค์จะให้สมาคมเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง(เสือก) ก็ย่อมเป็นสิทธิ์ของผู้จัดเอง
หากมองส่วนรวม นักแข่งรถระดับรากหญ้าได้รับความปลอดภัยและยุติธรรมหรือไม่
ทุกวันนี้ผู้จัดและกรรมการในสนามล้วนมีส่วนได้ส่วนเสียกับการแข่งขัน กับนักแข่ง ทำให้ความยุติธรรมไม่ได้อยู่ในจิตสำนึก
การสร้างสนามโดยใครก็ตาม คำนึงถึงความปลอดภัยแค่ไหน (อย่าคิดว่าสยามทำสนามปลอดภัย)
เงิน1500บาท เพื่อขอรับรองการแข่งขันเป็นเพียงแค่เงินเบื้องต้นที่ผู้จัดที่เล็งเห็นความสำคัญยินดีจ่ายค่าธรรมเนียม ซึ่งยังมีค่าใช้จ่ายที่จะตามมาอีกหลายพันหรือหลายหมื่นบาท รวมทั้งจะต้องรายงานผลการแข่งขันเพื่อเก็บเป็นสถิติและทะเบียนนักกีฬา
แต่หากมีจิตสำนึกที่ดี เงินค่าธรรมเนียมถือว่าเล็กน้อยมาก เพราะผู้จัดล้วนมีผลประโยชน์ที่ได้จากหยาดเหงื่อและความเสี่ยงของนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์
หากผู้จัดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและยุติธรรม ย่อมเป็นผลดีต่อผู้จัดเองอย่างไม่ต้องสงสัย
งาน Meeting ซึ่งผู้มีอันจะกินซื้อรถจากตลาดมืด โดยตัวเองมีความสามารถต่ำสูงไม่เท่ากัน ไม่ฟิตซ้อมร่างกาย จนเกิดการสุญเสียมาแล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นความต้องการของผู้จัดอย่างนั้นหรือ
การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้กำหนดการทำงานของสมาคมเพื่อให้นักแข่งได้รับสวัสดิการที่ดี มีความปลอดภัยสูง
ทะเบียนนักกีฬาจะมาจากไหนถ้าไม่ใช่มาจากผู้จัด แต่ผู้จัดกับไม่คำนึงถึงเรื่องสวัสดิการ คิดอยู่อย่างเดียวคือการหาเงินเข้ากระเป๋าโดยการเหยียบย่ำวงการกีฬาด้วยการไม่เคารพในกฎระเบียบสากล
เงินค่าสมัคร นำมาลงขันเป็นเงินรางวัล ใครๆก็ทำได้
เงิน1500บาท คงจะทำให้ผู้จัดเดือดร้อนถึงขนาดกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อวิชาชีพกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ ก็ขอให้อนุโมทนา เก็บเงิน1500บาทไว้กินเหล้าหลังแข่งเถิดครับ รับรองว่าวงการเจริญแน่
สมาคมไม่รวยขึ้นกับเงิน1500บาท แต่กลับจนลงเพราะเมื่อรับเงิน1500บาท ยังจะต้องรับภาระอื่นอีกมาก ยิ่งไม่ได้เงินค่าแซงชั่นก็ยิ่งไม่จน
ช่วยกันยกระดับ นักกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์เพื่อศักดิ์ศรีของวงการ ด้วยการให้โอกาสนักแข่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักกีฬากับการกีฬาแห่งประเทศไทย น่าจะเป็นประโยชน์และเกียรติยศของนักแข่ง ดีกว่าแข่งขันกันใต้ดิน หาประโยชน์ให้นักกีฬาแข่งรถไม่ได้ ยกเว้นประโยชน์ที่เกิดกับผู้จัดแต่ฝ่ายเดียว
เงินค่าแซงชั่น1500บาท คงไม่สะเทือนกระเป๋าเสี่ยทั้งหลาย และเงินค่าใบอนุญาตแข่งขันเพียง100-200บาทต่อปี ถูกกว่าเสื้อแข่งเสียอีก
ที่พูดก็ไม่ได้หมายความว่าสมาคมต้องการเงิน1500บาท
ผู้จัดที่อ้างว่าสมาคมช่วยเหลืออะไร เมื่อต้องเสียค่าแซงชั่นก็อยากจะถามย้อนกลับว่า ผู้จัดได้ให้อะไรกับนักแข่งบ้าง นอกเหนือไปจากเงินรางวัลที่ได้จากค่าสมัคร เอามาลงขัน แถมจ่ายรางวัลตามสัดส่วนการสมัคร ไม่เอาเปรียบนักแข่งไปหน่อยหรือ พูดง่ายๆคือ"โกงนักแข่งซึ่งหน้า"
ฝากมายังผู้จัดที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองนักแข่ง ที่ชอบถือคติ "ลูกกู หลานกู ไม่ใช่ลูกมึง หลานมึง " คุณคือผู้ทำลายกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง ไม่รู้จักคำสปิริต หรือน้ำใจนักกีฬา
ติดต่อศูนย์ กกท. ประจำจังหวัดของท่าน ทั้งผู้จัดและนักกีฬา จะเป็นหนทางที่จะนำท่านสู่ความถูกต้องตามกฎระเบียบและกฎหมายการกีฬา
พูดง่ายๆว่า จะได้เป็น “บัวพ้นน้ำ”

